เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผางตั้งอยู่ในเขตอำเภออุ้มผาง เป็นเขตป่าอนุรักษ์เพื่อการสงวนและรักษาทรัพยากรธรรมชาติและเป็นผืนป่าตะวันตกที่เป็นต้นกำเนิดของแหล่งมรดกโลก มีความโดดเด่นทางลักษณะภูมิประเทศ มีน้ำตกขนาดใหญ่ไหลลงมาจากหน้าผาสูงชันมาก น้ำไหลแรงตลอดปี มีความหลากหลายของพรรณไม้และสัตว์ป่า และมีแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยมของคนทั่วไป 

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผางมีงานด้านการดูแลป้องกันพื้นที่เป็นงานหลัก โดยมีการแบ่งพื้นที่เพื่อการจัดการออกเป็น 4 ส่วนจัดการ เพื่อแบ่งส่วนการจัดการพื้นที่ให้ครอบคลุมตามกำลังของจำนวนหน่วยพิทักษ์ป่าและกระจายกำลังในการจัดการชุมชนจากหมู่บ้านที่ตั้งอยู่รอบ ๆ โดยเขตฯ อุ้มผางเริ่มทำงานในระบบลาดตระเวนเชิงคุณภาพในปี 2553 ประกอบด้วยหน่วยพิทักษ์ป่าถาวรจำนวน 15 หน่วย โดยส่วนจัดการที่ 1 มี 5 หน่วย และมีสำนักงานเขตฯ ตั้งอยู่ ส่วนจัดการที่ 2 มี 4 หน่วย ส่วนจัดการที่ 3 มี 3 หน่วย และส่วนจัดการที่ 4 มี 3 หน่วย แต่มีทีมลาดตระเวนจำนวน 7 ทีม เนื่องจากมีกำลังพลเจ้าหน้าที่ไม่สมดุลกับจำนวนหน่วยพิทักษ์ป่า และเจ้าหน้าที่ส่วนหนึ่งมีหน้าที่ทำงานด้านการอนุรักษ์หมู่บ้าน มีงานด้านการประชาสัมพันธ์เป็นงานหลักอีกด้านหนึ่ง มีเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าจำนวน 70 คน 

แผนที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง

น้ำตกทีลอซูบริเวณส่วนการจัดการที่ 1ห้วยหนองหลวงบริเวณส่วนจัดการที่ 1

การลาดตระเวนดูแลป้องกันพื้นที่



ผลการดำเนินงาน

ผลการปฏิบัติงานในระบบลาดตระเวนเชิงคุณภาพที่ผ่านมาประกอบด้วย การส่งเสริมเทคนิคยุทธวิธีทางทหาร การใช้อุปกรณ์เทคนิคต่าง ๆ โดยจัดฝึกอบรมต่อเนื่องทุกปี ได้แก่ เครื่องกำหนดพิกัด เข็มทิศ กล้องถ่ายภาพ และนอกจากนี้ยังส่งเสริมในเรื่องความสะดวกในขณะปฏิบัติงานด้านต่าง ๆ ได้แก่ จัดเสริมวัสดุอุปกรณ์ภายในห้องประชุมลาดตระเวน อุปกรณ์ภาคสนามและเสบียงอาหาร เป็นต้น

การฝึกอบรมเสริมเทคนิคการลาดตระเวนเชิงคุณภาพ



ในปี 2553 เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผางเริ่มทำงานในระบบลาดตระเวนเชิงคุณภาพ มีปริมาณการเดินลาดตระเวนเข้มข้นต่อเนื่องตลอดทุกปี โดยในปี 2553 มีความเข้มข้นของปริมาณการเดินครอบคลุมพื้นที่สูงสุดในขนาดกริด 1 ตารางกิโลเมตร เป็นจำนวน 67 ครั้ง และในปี 2558 มีความเข้มข้นของปริมาณการเดินลาดตระเวนเป็นจำนวน  69 ครั้ง  และหากนับจากปีที่เริ่มลาดตระเวนจนกระทั่งปัจจุบัน (2553-2558) ได้มีการขยายพื้นที่เดินลาดตระเวนเพิ่มมากขึ้นและมีปริมาณการเดินลาดตระเวนครอบคลุมพื้นที่เกือบทั้งพื้นที่  โดยมีปริมาณการเดินสูงสุด เท่ากับ 293 ครั้ง นอกจากนี้ยังมีการรายงานผลการลาดตระเวนประจำเดือนในรูปแบบ SMART

ภาพเปรียบเทียบปริมาณการเดินลาดตระเวนครอบคลุมพื้นที่ปี 2553 และปี 2558 และภาพรวมตั้งแต่ปี 2553 ถึงปี 2558

ภาพปริมาณการเดินลาดตระเวน
ครอบคลุมพื้นที่ปี 2553
 
ภาพปริมาณการเดินลาดตระเวน
ครอบคลุมพื้นที่ปี 2558
ภาพปริมาณการเดินลาดตระเวน
ครอบคลุมพื้นที่ปี 2553
 - 2558 


ตัวอย่างรูปแบบรายงานลาดตระเวน SMART



ทางเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผางจะมีการประชุมลาดตระเวนประจำเดือนเพื่อนำผลลาดตระเวนเข้ามานำเสนอและปรึกษาและวางแผนจัดการปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งเดิมทีการประชุมลาดตระเวนยังไม่มีสถานที่ที่แน่นอนและไม่มีอุปกรณ์ที่พร้อมเพียง ในปี 2554 ทางสมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่าจึงให้การสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์เพื่อความสะดวกในการนำเสนอในสถานที่เดิมของเขตฯ ซึ่งแล้วเสร็จในปี 2555

ภาพการประชุมลาดตระเวนก่อนการปรับปรุงห้องประชุมลาดตระเวน ในปี 2554


ภาพการประชุมลาดตระเวนหลังปรับปรุงห้องประชุมลาดตระเวน ในปี 2555


นอกจากงานลาดตระเวนปกติแล้ว เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผางยังตั้งด่านจุดสกัดเพื่อตรวจตรารถยนต์ที่ผ่านเข้าออกของคนภายในพื้นที่และนอกพื้นที่ โดยตั้งจุดสกัดบริเวณหน่วยพิทักษ์ป่า 2 หน่วย ได้แก่ จุดสกัดหน่วยพิทักษ์ป่าห้วยพลู ตั้งอยู่บนถนนก่อนเข้าตัวหมู่บ้านปะละทะและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันออก และจุดสกัดหน่วยพิทักษ์ป่าลายยาน้อย ตั้งอยู่ทางเข้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันออก

จุดสกัดห้วยพลูจุดสกัดห้วยลายยาน้อย 

เป้าหมายต่อไป

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผางค่อนข้างมีปัญหาปัจจัยคุกคามมาก เนื่องจากมีชุมชนตั้งกระจายอยู่ทั่วเขตฯและมีถนนตัดผ่านสะดวกต่อการเดินทางเข้าออก จึงมีความจำเป็นต้องมีแนวทางวิธีการทำงานหลากหลายในการดูแลป้องกันพื้นที่ โดยเฉพาะเรื่องสายข่าว ด้วยความที่มีกลุ่มคนหลากหลายองค์กรอาศัยอยู่ มีความคิดเห็นแตกต่างกัน ในบางครั้งมักพบความขัดแย้งกันก่อให้เกิดการบอกต่อถึงการกระทำผิดของผู้กระทำผิดอีกฝ่ายให้กับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซึ่งก็เป็นแนวทางการทำงานที่ดีที่จะตัดทอนการเดินลาดตระเวนแบบไม่มีจุดมุ่งหมาย ทำให้บ่อยครั้งที่เขตฯ อุ้มผางได้รับข่าวสารเรื่องการกระทำผิดทั้งในเรื่องการบุกรุกพื้นที่ การล่าสัตว์ป่า การตัดไม้ จากผู้ประสงค์ดีโดยไม่ประสงค์ออกนาม ดังนั้นแนวทางการทำงานในอนาคตจะอาศัยการได้รับข่าวสารเพื่อช่วยในการทำงานลาดตระเวนได้อย่างมีประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ก็ยังคงต้องมีการส่งเสริมงานลาดตระเวนเบื้องต้นอย่างต่อเนื่องและมีระบบฐานข้อมูลลาดตระเวน SMART ซึ่งเป็นฐานข้อมูลที่พร้อมจะใช้เป็นที่รองรับข้อมูลการลาดตระเวนทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นงานลาดตระเวนปกติ การวางแผน และการข่าว โดยระบบฐานข้อมูล SMART สามารถวิเคราะห์ผลการลาดตระเวนที่มีการลาดตระเวนปกติไปพร้อมกับการมีแผนการลาดตระเวนและการข่าวได้ ซึ่งจะส่งผลให้การลาดตระเวนมีแบบแผน และจุดมุ่งหมายชัดเจนมากยิ่งขึ้น นำไปสู่ผลสำเร็จในการจัดการปัญหาของปัจจัยคุกคามได้ตามกระบวนการตามกฎหมายต่อไป